Angel Baby IVF Clinic logo

บริการของเรา

ตรวจพันธุกรรมตัวอ่อน (PGT-A)

การตรวจพันธุกรรมตัวอ่อนก่อนการย้ายกลับสู่โพรงมดลูก

PGT-A (Preimplantation Genetic Testing for Aneuploidy) คือ การตรวจคัดกรองความผิดปกติของจำนวนโครโมโซมในตัวอ่อนที่เกิดจากกระบวนการเด็กหลอดแก้ว (IVF) ก่อนการย้ายตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูก

การตรวจนี้ช่วยคัดเลือกตัวอ่อนที่มีโครโมโซมปกติ ซึ่งอาจช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ ลดความเสี่ยงของการแท้ง และเพิ่มโอกาสในการได้ทารกที่แข็งแรง ด้วยเทคโนโลยีการวิเคราะห์พันธุกรรมแบบ Next-Generation Sequencing (NGS) การตรวจมีความแม่นยำสูงถึง 99.9%

Angel Baby IVF Clinic — PGT-A embryo genetic testing

PGT-A (Preimplantation Genetic Testing for Aneuploidy)

PGT-A เหมาะกับใคร?

PGT-A ไม่จำเป็นสำหรับทุกคนที่ทำเด็กหลอดแก้ว แต่ในบางกรณีอาจช่วยเพิ่มโอกาสในการคัดเลือกตัวอ่อนที่มีโครโมโซมปกติได้ แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมตามอายุ ประวัติการรักษา และปัจจัยเฉพาะของแต่ละบุคคล

แนะนำสำหรับ
  • ผู้หญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป
  • ผู้ที่เคยแท้งซ้ำ 2 ครั้งขึ้นไป
  • ผู้ที่เคยทำเด็กหลอดแก้วหลายครั้งแต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ
  • ผู้ที่มีความผิดปกติของโครโมโซมหรือการสลับตำแหน่งโครโมโซมในฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
  • ผู้ที่มีจำนวนอสุจิน้อยมาก หรือคุณภาพอสุจิผิดปกติอย่างชัดเจน
  • ผู้ที่เคยมีประวัติการตั้งครรภ์ที่พบความผิดปกติของโครโมโซม
PGT-A ตรวจคัดกรองอะไรได้บ้าง?
  • ความผิดปกติของจำนวนโครโมโซม เช่น โครโมโซมขาดหรือเกิน
  • กลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม (โครโมโซมคู่ที่ 21 เกิน)
  • กลุ่มอาการเอ็ดเวิร์ดซินโดรม (โครโมโซมคู่ที่ 18 เกิน)
  • กลุ่มอาการพาทัวซินโดรม (โครโมโซมคู่ที่ 13 เกิน)
  • กลุ่มอาการเทอร์เนอร์ (โครโมโซม X ขาด)
  • กลุ่มอาการไคลน์เฟลเตอร์ (โครโมโซม XXY)
  • ความผิดปกติของโครงสร้างโครโมโซมขนาดใหญ่ เช่น การขาดหายหรือเพิ่มขึ้นของชิ้นส่วนโครโมโซมบางส่วน
ข้อจำกัดของการตรวจ PGT-A
  • ไม่สามารถตรวจโรคทางพันธุกรรมที่เกิดจากยีนเดี่ยวได้
  • อาจไม่สามารถตรวจพบความผิดปกติของโครโมโซมขนาดเล็กบางชนิดได้
  • ไม่สามารถแยกตัวอ่อนที่มีภาวะโครโมโซมสลับตำแหน่งแบบสมดุล (Balanced Translocation) ออกจากตัวอ่อนปกติได้
  • หากผลตัวอ่อนเป็นโมเซอิก (Mosaicism) อาจทำให้ผลการตรวจไม่สามารถสรุปผลได้อย่างชัดเจน
  • PGT-A ไม่สามารถรับประกันการตั้งครรภ์หรือการคลอดบุตรที่สมบูรณ์แข็งแรงได้ 100% โดยอาจต้องมีการตรวจยืนยันก่อนคลอดเพิ่มเติมตามคำแนะนำของแพทย์

ขั้นตอนการตรวจ

ขั้นตอนการตรวจ PGT-A

PGT-A เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว โดยตรวจตัวอ่อนหลังการเพาะเลี้ยงและก่อนการย้ายตัวอ่อน ผลตรวจมักใช้เวลาประมาณ 15-20 วัน

1
ขั้นตอนที่ 1 · การเพาะเลี้ยงตัวอ่อนหลังเก็บไข่

หลังการกระตุ้นรังไข่และเก็บไข่ จะถูกปฏิสนธิด้วยวิธี ICSI และเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการประมาณ 5–6 วัน จนพัฒนาเข้าสู่ระยะบลาสโตซิสต์ (Blastocyst) จากนั้นจึงเก็บตัวอย่างเซลล์เพื่อนำไปตรวจ PGT-A

ระยะเวลา: 5–6 วันหลังการปฏิสนธิ

2
ขั้นตอนที่ 2 · การเก็บตัวอย่างเซลล์

นักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อนจะเก็บตัวอย่างเซลล์ จากส่วนที่จะพัฒนาเป็นรก ดำเนินการภายใต้กล้องจุลทรรศน์โดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์

นักวิทยาศาสตร์เก็บตัวอย่างเซลล์ของตัวอ่อนระยะ Blastocyst

3
ขั้นตอนที่ 3 · การแช่แข็งตัวอ่อน

หลังการเก็บตัวอย่างเซลล์ ตัวอ่อนทุกตัวจะถูกแช่แข็งแบบผลึกแก้วในระหว่างรอผลตรวจโครโมโซม

ตัวอ่อนถูกจัดเก็บด้วยเทคนิคการแช่แข็งแบบผลึกแก้ว (Vitrification)

4
ขั้นตอนที่ 4 · การวิเคราะห์โครโมโซมด้วย NGS

เซลล์จากตัวอ่อนจะถูกนำไปตรวจด้วยเทคโนโลยี NGS เพื่อวิเคราะห์ความผิดปกติของโครโมโซมทั้ง 23 คู่ โดยผลจะแบ่งตัวอ่อนเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ปกติ (Euploid) ผิดปกติ (Aneuploid) และโมเซอิก (Mosaic)

ผลตรวจ: 15–20 วันทำการ

5
ขั้นตอนที่ 5 · วางแผนการย้ายตัวอ่อน

แพทย์จะอธิบายผลตรวจและแนะนำตัวอ่อนที่เหมาะสมสำหรับการย้าย โดยทั่วไปจะเลือกตัวอ่อนที่มีโครโมโซมปกติ (Euploid) หากพบตัวอ่อนโมเสก (Mosaic) แพทย์จะให้คำปรึกษาเกี่ยวกับทางเลือกและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ

การย้ายตัวอ่อน: ย้ายตัวอ่อนแช่แข็ง (FET) ในรอบถัดไป

99.8%

ความแม่นยำในการเก็บตัวอย่างเซลล์

ตัวอย่างเซลล์ที่เก็บ

สามารถนำไปวิเคราะห์และทราบผลตรวจได้

84.4%

อัตราการตั้งครรภ์ (อายุต่ำกว่า 35)

การย้ายตัวอ่อน

ที่ผ่าน PGT-A จำนวน 1 ตัว

70.9%

อัตราการตั้งครรภ์ (ทุกช่วงอายุ)

การย้ายตัวอ่อน

ที่ผ่าน PGT-A จำนวน 1 ตัว

ผลลัพธ์ของเรา

ทำไมการตรวจคัดกรอง จึงสำคัญ

งานวิจัยพบว่า ตัวอ่อนมากกว่า 50% ในผู้หญิงอายุมากกว่า 38 ปี อาจมีความผิดปกติของจำนวนหรือโครงสร้างโครโมโซม ซึ่งอาจส่งผลให้ตัวอ่อนไม่ฝังตัว เกิดการแท้ง หรือในบางกรณีอาจทำให้ทารกมีความผิดปกติทางโครโมโซม ดังนั้น การตรวจ PGT-A ช่วยคัดกรองความผิดปกติเหล่านี้ก่อนการย้ายตัวอ่อน เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

อัตราการฝังตัว ในผู้ที่อายุต่ำกว่า 35 ปี · 62.7%

ในผู้หญิงอายุต่ำกว่า 35 ปี ตัวอ่อนที่ผ่านการตรวจ PGT-A มีอัตราการฝังตัว 62.7% ต่อการย้ายตัวอ่อนหนึ่งครั้ง เทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้ตรวจ PGT-A จะอยู่ที่ 54% เนื่องจากการตรวจช่วยคัดกรองและเลือกตัวอ่อนที่มีโครโมโซมปกติก่อนการย้าย

อัตราการฝังตัว ในผู้ที่อายุมากกว่า 42 ปี · 53.7%

สำหรับผู้หญิงอายุมากกว่า 42 ปี การศึกษาพบว่า PGT-A เพิ่มอัตราการฝังตัวจาก 7.4% เป็น 53.7% โดยเป็นกลุ่มที่มีโอกาสพบความผิดปกติของโครโมโซมในตัวอ่อนสูง การตรวจคัดกรองจึงมีประโยชน์ในการช่วยเลือกตัวอ่อนก่อนการย้าย

ลดความเสี่ยงการแท้งบุตร

PGT-A ช่วยคัดกรองตัวอ่อนที่มีจำนวนโครโมโซมผิดปกติก่อนการย้าย ซึ่งความผิดปกตินี้เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการแท้งในระยะแรก การคัดกรองจึงช่วยลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับโครโมโซมก่อนเริ่มตั้งครรภ์

ข้อมูลอ้างอิงจากการศึกษาเปรียบเทียบผลลัพธ์ IVF ระหว่างกลุ่มที่ตรวจและไม่ตรวจ PGT-A ผลลัพธ์แตกต่างกันได้ตามอายุ คุณภาพไข่และอสุจิ รวมถึงปัจจัยเฉพาะบุคคล ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินแนวทางและโอกาสสำเร็จตามแต่ละบุคคล

PGT-Aเหมาะกับคุณหรือไม่?

นัดหมายเพื่อพูดคุยกับทีมแพทย์ ประเมินความเหมาะสมของการตรวจ PGT-A พร้อมวางแผนแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับคุณ

การตรวจ PGT-A อาจไม่จำเป็นสำหรับผู้ป่วยทุกราย แพทย์จะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมตามแต่ละบุคคล