บริการ
การตรวจภายใน
& การฉีดวัคซีน HPV
การตรวจสุขภาพและการดูแลเพื่อป้องกันโรคอย่างสม่ำเสมอ เพราะการตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่เนิ่น ๆ และการฉีดวัคซีน เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการดูแลสุขภาพของผู้หญิง

ทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญ?
ป้องกันไว้ก่อน ดีกว่ารักษาทีหลัง
การตรวจภายในเป็นการตรวจประเมินอวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิง ได้แก่ ช่องคลอด ปากมดลูก มดลูก ท่อนำไข่ และรังไข่ แม้ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยยังคงเลื่อนหรือหลีกเลี่ยงการตรวจ แต่การตรวจภายในเป็นการตรวจสุขภาพที่สำคัญและควรทำเป็นประจำ เพื่อช่วยค้นหาความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
การตรวจสุขภาพสตรีเป็นประจำร่วมกับการฉีดวัคซีน HPV ช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งอื่น ๆ ที่เกิดจากเชื้อ HPV ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เชื้อ HPV มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ โดยมีประมาณ 40 สายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดโรค และส่วนมากสายพันธุ์ 16 และ 18 เป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูก แม้ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาการติดเชื้อ HPV โดยตรง แต่การฉีดวัคซีนสามารถช่วยป้องกันการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ที่ Angel Baby Clinic เราให้บริการทั้งการตรวจสุขภาพสตรีอย่างครอบคลุมและการฉีดวัคซีน HPV ชนิด 9 สายพันธุ์ เพื่อดูแลสุขภาพของผู้หญิงอย่างรอบด้าน ไม่ใช่เพียงเรื่องภาวะมีบุตรยากเท่านั้น

บริการนี้เหมาะกับใคร?
ใครเหมาะกับ การตรวจภายในและการฉีดวัคซีน
การตรวจภายใน
- ผู้หญิงในช่วงอายุ 21–65 ปีควรตรวจภายในทุกปี
- ผู้หญิงควรตรวจแปปสเมียร์ (Pap smear) ทุก 3 ปี (หรือตามคำแนะนำของแพทย์)
- ผู้หญิงที่มีเลือดออกทางช่องคลอด ปวดอุ้งเชิงกราน หรือมีตกขาวผิดปกติควรเข้ารับการตรวจ
- เป็นการตรวจคัดกรองถุงน้ำรังไข่ เนื้องอกมดลูก และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STIs)
- ㅤ
- ㅤ
การฉีดวัคซีน HPV
- ผู้ชายและผู้หญิงอายุ 9–45 ปี
- ได้ผลดีที่สุดเมื่อฉีดก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์
- ผู้ใหญ่ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนก็ยังได้รับประโยชน์
- แนะนำให้ฉีดก่อนหรือควบคู่ไปกับการรักษาภาวะมีบุตรยาก
- ผู้หญิงที่อยู่ในช่วงให้นมบุตรสามารถรับวัคซีนได้
ข้อห้ามในการฉีด (วัคซีน HPV)
- มีประวัติแพ้ส่วนประกอบใด ๆ ของวัคซีน
- แพ้ยีสต์อย่างรุนแรง
- อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ (เลื่อนการฉีดออกไปจนหลังคลอด)
- เคยมีปฏิกิริยารุนแรงต่อวัคซีน HPV ในการฉีดครั้งก่อน
ขั้นตอนการให้บริการ
ขั้นตอน การตรวจและการฉีดวัคซีน
การตรวจอุ้งเชิงกราน
การเตรียมตัว
ควรนัดตรวจในช่วงที่ไม่มีประจำเดือน โดยไม่ต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษ ใช้เวลาตรวจประมาณ 10 นาที
การตรวจภายนอก
แพทย์จะตรวจดูบริเวณอวัยวะเพศภายนอกและอุ้งเชิงกรานด้วยสายตา เพื่อสังเกตความผิดปกติที่มองเห็นได้
การตรวจภายใน
แพทย์จะค่อย ๆ ใส่เครื่องมือถ่างช่องคลอดเพื่อให้เห็นผนังช่องคลอดและปากมดลูกอย่างชัดเจน จากนั้นเก็บตัวอย่างเซลล์จากปากมดลูกเพื่อตรวจ Pap smear และหาเชื้อ HPV
การตรวจคลำภายในด้วยสองมือ
แพทย์จะตรวจคลำมดลูก รังไข่ และอวัยวะโดยรอบ เพื่อประเมินว่ามีอาการกดเจ็บ มีความผิดปกติของขนาด หรือก้อนผิดปกติหรือไม่
ผลการตรวจ
โดยทั่วไปผลตรวจแปปสเมียร์ (Pap smear) และผลตรวจ HPV จะทราบภายใน 2–3 วันถึงหนึ่งสัปดาห์ จากนั้นแพทย์จะอธิบายผลตรวจ พร้อมแนะนำการดูแลหรือตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
การฉีดวัคซีน HPV ชนิด 9 สายพันธุ์
การตรวจประเมินก่อนฉีด
แพทย์จะซักประวัติสุขภาพ ประเมินความเหมาะสมในการรับวัคซีน และตรวจสอบว่ามีข้อห้ามหรือข้อควรระวังในการฉีดหรือไม่
การฉีดวัคซีน (โปรแกรม 3 เข็ม)
วัคซีน HPV ชนิด 9 สายพันธุ์ครอบคลุมสายพันธุ์ 6, 11, 16, 18, 31, 33, 45, 52 และ 58 โดยฉีดทั้งหมด 3 เข็มภายในระยะเวลา 6 เดือน (เดือนที่ 0, 2 และ 6)
หลังการฉีดวัคซีน
อาจมีผลข้างเคียงที่ไม่รุนแรงและเป็นเพียงชั่วคราว ได้แก่ อาการปวดหรือบวมบริเวณที่ฉีด ปวดศีรษะ มีไข้ต่ำ คลื่นไส้ หรืออ่อนเพลีย คุณสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที
ป้องกัน
วัคซีน HPV ชนิด 9 สายพันธุ์ ครอบคลุมอะไรบ้าง
วัคซีนชนิด 9 สายพันธุ์สามารถป้องกันสายพันธุ์ HPV ก่อมะเร็งและหูดที่พบบ่อยที่สุดได้
ผู้หญิง (อายุ 9–45 ปี)
- มะเร็งปากมดลูก
- มะเร็งช่องคลอด
- มะเร็งทวารหนักและลำไส้ตรง
- มะเร็งช่องปากและลำคอ
- หูดหงอนไก่ที่อวัยวะเพศ
ผู้ชาย (อายุ 9–45 ปี)
- มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
- มะเร็งช่องปากและลำคอ
- หูดหงอนไก่ที่อวัยวะเพศ
สายพันธุ์ HPV ที่ครอบคลุม
- สายพันธุ์ 6 & 11 — หูดหงอนไก่ที่อวัยวะเพศ
- สายพันธุ์ 16 & 18 — สายพันธุ์ก่อมะเร็งหลัก
- สายพันธุ์ 31, 33, 45, 52, 58 — สายพันธุ์ก่อมะเร็งเพิ่มเติม
เริ่มปกป้องสุขภาพของคุณตั้งแต่วันนี้
ไม่ว่าคุณจะถึงเวลาตรวจสุขภาพสตรีประจำปี หรือกำลังพิจารณาฉีดวัคซีน HPV ทีมแพทย์ของเราพร้อมให้คำแนะนำในทุกขั้นตอน นัดหมายเพื่อเข้ารับคำปรึกษาและเริ่มต้นดูแลสุขภาพของคุณได้วันนี้
