บริการของเรา
การตรวจภายใน
& การฉีดวัคซีน HPV
การดูแลสุขภาพผู้หญิงเริ่มได้จากการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อค้นหาความผิดปกติตั้งแต่ระยะแรก พร้อมดูแลป้องกันโรคและรับวัคซีนที่เหมาะสม เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว

เรื่องนี้สำคัญอย่างไร?
ใส่ใจสุขภาพภายใน ไม่ต้องรอให้มีอาการ
สุขภาพภายในเป็นเรื่องที่เราอาจมองข้ามได้ง่าย เพราะความผิดปกติบางอย่างแทบไม่มีสัญญาณเตือน การตรวจภายในเป็นประจำจึงช่วยให้เราเข้าใจร่างกายตัวเองมากขึ้น และหากพบสิ่งผิดปกติก็สามารถดูแลได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือ HPV ซึ่งเป็นเชื้อที่พบได้บ่อย และบางสายพันธุ์อาจนำไปสู่มะเร็งปากมดลูก การตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอควบคู่กับการฉีดวัคซีน HPV จึงเป็นส่วนสำคัญของการดูแลและป้องกันความเสี่ยงในระยะยาว
ที่ Angel Baby Clinic มีทั้งบริการตรวจสุขภาพสตรีและวัคซีน HPV 9 สายพันธุ์ เพื่อให้คุณดูแลสุขภาพได้อย่างรอบด้าน ตั้งแต่การตรวจคัดกรองเพื่อค้นหาความผิดปกติตั้งแต่เนิ่น ๆ ไปจนถึงการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

Gynae / HPV
บริการนี้ เหมาะกับใคร?
การตรวจภายใน
- ผู้หญิงอายุ 21–65 ปี ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองตามช่วงอายุและคำแนะนำของแพทย์
- ตรวจ Pap smear เพื่อคัดกรองความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูก
- หากมีเลือดออกผิดปกติ ปวดท้องน้อย ตกขาวผิดปกติ หรือมีอาการที่น่ากังวล ควรเข้ารับการตรวจ
- สามารถตรวจเพิ่มเติมเพื่อค้นหาความผิดปกติ เช่น เนื้องอกมดลูก หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STIs) ตามข้อบ่งชี้
- ㅤ
- ㅤ
การฉีดวัคซีน HPV
- ฉีดได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย อายุ 9–45 ปี
- แนะนำฉีดตั้งแต่ก่อนมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากวัคซีนมากที่สุด
- ผู้ที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้วหรือยังไม่เคยได้รับวัคซีน ก็ยังสามารถพิจารณาฉีดได้
- ผู้ที่กำลังวางแผนมีบุตร สามารถวางแผนช่วงเวลาการฉีดให้เหมาะสมได้
ควรเลื่อนหรือหลีกเลี่ยงการฉีดวัคซีน HPV เมื่อ
- เคยมีอาการแพ้รุนแรงต่อวัคซีนหรือส่วนประกอบของวัคซีน
- เคยมีปฏิกิริยารุนแรงต่อวัคซีน HPV ในการฉีดครั้งก่อน
- มีอาการป่วยเฉียบพลันหรือมีไข้สูง ควรรอให้อาการดีขึ้นก่อน
- อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ ควรเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปจนหลังคลอด
Gynae / HPV
ขั้นตอน การตรวจและการฉีดวัคซีน
การตรวจภายใน
การเตรียมตัว
ควรนัดตรวจในช่วงที่ไม่มีประจำเดือน ไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษ และใช้เวลาตรวจประมาณ 15-20 นาที
การตรวจภายนอก
แพทย์จะตรวจดูบริเวณอวัยวะเพศภายนอก เพื่อสังเกตความผิดปกติที่อาจพบได้
การตรวจภายในช่องคลอด
แพทย์จะใช้เครื่องมือขนาดเล็ก (Speculum) ช่วยเปิดช่องคลอด เพื่อตรวจดูช่องคลอดและปากมดลูกให้ชัดเจน
เก็บตัวอย่างเพื่อตรวจคัดกรอง (หากมี)
ในกรณีที่ตรวจ Pap smear หรือ HPV แพทย์จะเก็บตัวอย่างเซลล์บริเวณปากมดลูกเพื่อนำไปตรวจเพิ่มเติม
ตรวจด้วยการคลำภายใน
แพทย์จะตรวจภายในช่องคลอดร่วมกับการคลำหน้าท้อง เพื่อประเมินมดลูก รังไข่ และตรวจหาความผิดปกติบริเวณอุ้งเชิงกราน
การฉีดวัคซีน HPV
การประเมินก่อนฉีด
ตรวจประวัติสุขภาพและประเมินความเหมาะสมก่อนรับวัคซีน รวมถึงตรวจสอบว่ามีข้อควรระวังหรือควรเลื่อนการฉีดหรือไม่
การฉีดวัคซีน HPV
วัคซีน HPV มีทั้งชนิด 2, 4 และ 9 สายพันธุ์ โดยแต่ละชนิดครอบคลุมเชื้อ HPV แตกต่างกัน สามารถเลือกฉีดตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล
หลังการฉีดวัคซีน
อาจมีอาการข้างเคียงเล็กน้อยชั่วคราว เช่น ปวด บวม หรือแดงบริเวณที่ฉีด ปวดศีรษะ มีไข้ต่ำ คลื่นไส้ หรืออ่อนเพลีย โดยทั่วไปสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
หน้าที่ของวัคซีน HPV
วัคซีน HPV ป้องกันอะไรบ้าง?
วัคซีน HPV มีหลายชนิด โดยแต่ละชนิดครอบคลุมสายพันธุ์ของเชื้อแตกต่างกัน การเลือกวัคซีนจึงควรพิจารณาให้เหมาะสมกับเป้าหมายและค่าใช้จ่ายของแต่ละบุคคล
วัคซีน HPV ชนิด 2 สายพันธุ์
- ครอบคลุม HPV สายพันธุ์ 16 และ 18 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ความเสี่ยงสูงที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งอื่น ๆ ที่เกิดจากเชื้อ HPV
วัคซีน HPV ชนิด 4 สายพันธุ์
- ครอบคลุม HPV สายพันธุ์ 6, 11, 16 และ 18 ช่วยป้องกันโรคที่เกิดจากเชื้อ HPV ทั้งกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับมะเร็ง และ หูดหงอนไก่
วัคซีน HPV ชนิด 9 สายพันธุ์
- ครอบคลุม HPV สายพันธุ์ 6, 11, 16, 18, 31, 33, 45, 52 และ 58 ครอบคลุมสายพันธุ์ความเสี่ยงสูงได้มากขึ้น พร้อมช่วยป้องกัน หูดหงอนไก่และมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับ HPV
เริ่มดูแลสุขภาพของคุณตั้งแต่วันนี้
ไม่ว่าจะถึงเวลาตรวจสุขภาพสตรีประจำปี หรือกำลังวางแผนฉีดวัคซีน HPV การดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยให้คุณเข้าใจสุขภาพของตัวเอง และวางแผนการดูแลได้อย่างเหมาะสม
