การรักษา
ทำความเข้าใจภาวะเจริญพันธุ์ของคุณ
เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
ก้าวแรกของการวางแผนมีบุตร คือการตรวจประเมินอย่างละเอียดเพื่อให้เข้าใจภาวะเจริญพันธุ์ของคุณอย่างรอบด้าน เมื่อทราบข้อมูลที่ชัดเจนแล้ว เราจะร่วมกันวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับคุณมากที่สุด

การประเมินภาวะมีบุตรยากคืออะไร?
ทุกแผนการรักษา มีความสำคัญ
การประเมินภาวะมีบุตรยากคือการตรวจประเมินสุขภาพการเจริญพันธุ์ของทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชายอย่างละเอียด ซึ่งเป็นก้าวแรกในการหาสาเหตุที่ยังไม่ตั้งครรภ์ และแนวทางรักษาต่อไป
ที่ Angel Baby Clinic การตรวจประเมินของเราครอบคลุมทั้งความสมดุลของฮอร์โมน ปริมาณไข่สำรอง สุขภาพโพรงมดลูกของฝ่ายหญิงและคุณภาพอสุจิของฝ่ายชาย การตรวจที่ละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนแรกช่วยให้ระบุสาเหตุได้อย่างชัดเจน แนะนำแนวทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ ไม่ว่าจะเป็นการทำ IUI, ICSI หรือการรักษาอื่นๆ
ปัจจัยจากฝ่ายชายมีส่วนเกี่ยวข้องกับภาวะมีบุตรยากประมาณ 30–40% ดังนั้นเราจึงประเมินทั้งสองฝ่ายตั้งแต่ขั้นตอนแรก
การเข้ารับการตรวจ
เมื่อไหร่ที่ควรเข้ารับการประเมิน ภาวะมีบุตรยาก?
ฝ่ายหญิงควรเข้ารับการตรวจ หากมีปัจจัยดังต่อไปนี้
- พยายามมีบุตรมา 6–12 เดือน แต่ยังไม่สำเร็จ
- อายุเกิน 35 ปีและพยายามมีบุตรมาแล้ว 6 เดือน
- มีรอบประจำเดือนที่ไม่สม่ำเสมอหรือขาดหายไป
- มีประวัติการแท้งบุตรหลายครั้ง
- มีภาวะมดลูกผิดปกติที่ได้รับการวินิจฉัยแล้ว เช่น PCOS หรือ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
- กำลังวางแผนเข้ารับการรักษาด้วย IUI หรือ IVF/ICSI
ฝ่ายชายควรเข้ารับการตรวจ หากมีปัจจัยดังต่อไปนี้
- อายุเกิน 40 ปี (คุณภาพอสุจิอาจลดลง)
- พยายามมีบุตรมา 6–12 เดือนแล้วแต่ยังไม่สำเร็จ หรือ เคยมีปัญหาในการมีบุตรมาก่อน
- มีประวัติเส้นเลือดขอดในถุงอัณฑะหรือความผิดปกติของระบบเจริญพันธุ์
- กำลังวางแผนเข้ารับการรักษาด้วย IUI หรือ IVF/ICSI
- ㅤ
- ㅤ
สิ่งที่ควรนำมาในวันนัดหมาย
- เอกสารยืนยันตัวตนของคู่สมรสทั้งสองฝ่าย
- ทะเบียนสมรส (หรือสำเนาทะเบียนสมรส)
- ประวัติผลตรวจเกี่ยวกับภาวะเจริญพันธุ์ในอดีต (หากมี)
- รายการยาที่กำลังใช้อยู่ในปัจจุบัน
- ภาพถ่ายทางการแพทย์หรือผลตรวจในอดีต (หากมี)
ขั้นตอนการประเมิน
รายการตรวจและ เหตุผลที่สำคัญ
การตรวจภาวะมีบุตรยากในฝ่ายหญิง
ฮอร์โมนจากเลือด
- AMH — ประเมินปริมาณไข่ที่เหลืออยู่ในรังไข่
- FSH — ประเมินการตอบสนองและการทำงานของรังไข่
- LH — เกี่ยวข้องกับการตกของไข่และรอบประจำเดือน
- Estradiol (E2) — สะท้อนการเจริญเติบโตของฟองไข่ในรังไข่
- Prolactin — หากสูงผิดปกติอาจรบกวนการตกไข่
- TSH — ประเมินการทำงานของต่อมไทรอยด์ ซึ่งมีผลต่อโอกาสในการตั้งครรภ์
- Testosterone — ประเมินระดับฮอร์โมนเพศชาย (แอนโดรเจน)
อัลตราซาวนด์ทางช่องคลอด
เป็นการตรวจด้วยอัลตราซาวนด์ผ่านทางช่องคลอด เพื่อประเมินมดลูก ปากมดลูก และรังไข่ ช่วยตรวจหาความผิดปกติ เช่น เนื้องอกมดลูก ติ่งเนื้อในโพรงมดลูก ถุงน้ำรังไข่ และเนื้องอกรังไข่ นอกจากนี้ ยังใช้ติดตามการเจริญเติบโตของไข่ และนับจำนวนฟองไข่ขนาดเล็กในรังไข่ เพื่อประเมินจำนวนไข่ที่เหลือในรังไข่
การส่องกล้องโพรงมดลูก
สอดกล้องขนาดเล็กผ่านปากมดลูกเพื่อตรวจดูภายในโพรงมดลูกโดยตรง ช่วยระบุติ่งเนื้อ พังผืดในโพรงมดลูก ความผิดปกติแต่กำเนิด และเนื้องอกใต้เยื่อบุที่อาจรบกวนการฝังตัวของตัวอ่อน โดยกำหนดทำในช่วงวันที่ 7–11 ของรอบประจำเดือน
การตรวจภาวะมีบุตรยากในฝ่ายชาย
การตรวจวิเคราะห์น้ำอสุจิ
- จำนวนอสุจิทั้งหมด
- ความเข้มข้นของน้ำเชื้ออสุจิ
- คุณภาพการเคลื่อนไหวของอสุจิ
- รูปร่างและโครงสร้างของอสุจิ
- ประเมินตามแนวทาง WHO 2021 (ฉบับที่ 6)
การเตรียมตัวก่อนตรวจ
- งดการหลั่งน้ำอสุจิ 2–4 วันก่อนการตรวจ
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ล่วงหน้า (ดีที่สุดคือ 1 เดือน)
- แจ้งแพทย์เกี่ยวกับยาที่ใช้อยู่ทุกชนิด
- ห้ามใช้ถุงยางอนามัยในการเก็บตัวอย่าง (สารฆ่าอสุจิจะส่งผลต่อผลตรวจ)
- มีห้องเก็บตัวอย่างแบบเป็นส่วนตัวให้บริการที่คลินิก
สาเหตุของภาวะมีบุตรยากในฝ่ายชายที่พบบ่อย
- จำนวนอสุจิน้อย (oligospermia)
- การเคลื่อนไหวของอสุจิไม่ดีหรือรูปร่างผิดปกติ
- มีภาวะ azoospermia หรือภาวะที่ไม่พบอสุจิในน้ำเชื้อ
- เส้นเลือดขอดในถุงอัณฑะหรือการอุดตันของท่อนำอสุจิ
- ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศหรือความผิดปกติในการหลั่ง
- รวมการคัดเลือกอสุจิด้วยวิธี DGC โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
การส่องกล้องโพรงมดลูกที่ ABC
ทางเลือกของ การตรวจวินิจฉัยและรักษา
การส่องกล้องชนิดอ่อน (3 mm)
- ใช้เพื่อการตรวจวินิจฉัยเท่านั้น
- โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องใช้ยาสลบ
- รบกวนร่างกายน้อย ใช้เวลาสั้น
- ใช้ในกรณีเลือดออกผิดปกติ การประเมินภาวะมีบุตรยาก และภาวะแท้งซ้ำ
- อาจมีอาการไม่สบายเล็กน้อยหรือมีตกขาวเล็กน้อยหลังทำ
การส่องกล้องเพื่อการผ่าตัด (Resectoscope 8 mm)
- วินิจฉัยและรักษาในการทำหัตถการครั้งเดียว
- ทำหัตถการภายใต้การดมยาสลบ
- ผ่าตัดกำจัดติ่งเนื้อ เนื้องอก พังผืด และผนังกั้นโพรงมดลูก
- ไม่มีแผลผ่าตัดที่หน้าท้อง
- มีเทคนิคมีดเย็น (cold knife) ที่แม่นยำและรบกวนร่างกายน้อย
หลังการทำหัตถการ
- อาจมีเลือดออกทางช่องคลอดเล็กน้อย
- พักฟื้นที่คลินิก 30–60 นาทีหลังทำหัตถการ
- สามารถทำกิจกรรมเบาๆ ได้ ไม่ควรออกกำลังกายหนักในช่วง 1–2 สัปดาห์หลังการทำหัตถการ
- งดการมีเพศสัมพันธ์ประมาณหนึ่งสัปดาห์
- ติดต่อคลินิกหากมีเลือดออกมากหรือปวดรุนแรง
เริ่มต้นด้วยการปรึกษาอย่างละเอียด
เริ่มต้นด้วยการปรึกษาแบบเป็นส่วนตัว ทีมแพทย์และนักวิทย์ ฯ ของเราจะพิจารณาประวัติของคุณและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม โดยไร้แรงกดดัน
