Angel Baby IVF Clinic logo

บริการของเรา

เด็กหลอดแก้ว (IVF & ICSI)

ภายใต้การควบคุมอย่างแม่นยำ พร้อมดูแลและติดตามทุกขั้นตอนอย่างใกล้ชิด

เด็กหลอดแก้ว (IVF – In Vitro Fertilisation) คือ การนำไข่ออกมาปฏิสนธิกับอสุจิภายในห้องปฏิบัติการ และเพาะเลี้ยงจนพัฒนาเป็นตัวอ่อน ส่วน ICSI (การฉีดอสุจิเข้าเซลล์ไข่โดยตรง) เป็นเทคนิคที่ทันสมัยขึ้น โดยนักวิทยาศาสตร์จะคัดเลือกอสุจิ 1 ตัว และฉีดเข้าสู่เซลล์ไข่โดยตรง

ที่คลินิกของเรา ในการทำ IVF จะใช้เทคนิค ICSI เป็นมาตรฐานในทุกเคส เพื่อควบคุมขั้นตอนการปฏิสนธิได้อย่างแม่นยำมากขึ้น และลดปัจจัยที่อาจส่งผลต่อความสำเร็จของการปฏิสนธิ

Angel Baby IVF Clinic — IVF & ICSI treatment

เด็กหลอดแก้ว (IVF & ICSI)

ICSI เหมาะกับใคร?

ICSI เป็นเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่มีประสิทธิภาพสูง เหมาะสำหรับผู้ที่เผชิญกับปัญหาภาวะมีบุตรยากจากหลากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยเฉพาะด้าน หรือผู้ที่ต้องการเพิ่มโอกาสในการมีบุตรด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย เป็นแนวทางการรักษาที่มีอัตราความสำเร็จสูงที่สุดในเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์

ปัจจัยจากฝ่ายหญิง
  • ท่อนำไข่อุดตันหรือเสียหาย
  • มีความผิดปกติของมดลูก เช่น ติ่งเนื้อในโพรงมดลูก หรือภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis)
  • ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS)
  • อายุที่เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อคุณภาพและจำนวนไข่
  • ภาวะรังไข่เสื่อมหรือปริมาณไข่สำรองลดลง
ปัจจัยจากฝ่ายชาย
  • จำนวนอสุจิน้อย (Oligospermia)
  • การเคลื่อนไหวของอสุจิลดลง หรือรูปร่างอสุจิผิดปกติ
  • เคยทำหมันชาย (Vasectomy)
  • ภาวะไม่พบอสุจิในน้ำเชื้อ (Azoospermia)
  • ภาวะการหลั่งผิดปกติ หรือปัญหาในการเก็บอสุจิ
ปัจจัยร่วม หรือข้อบ่งชี้อื่น ๆ
  • ต้องการตรวจคัดกรองพันธุกรรมของตัวอ่อน (PGT-A / PGT-M / PGT-SR) เพื่อลดความเสี่ยงของการแท้งและความผิดปกติทางพันธุกรรมในทารก
  • ภาวะมีบุตรยากที่ไม่ทราบสาเหตุ
  • ผู้ที่ต้องการมีบุตรโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์
  • เคยรักษาด้วยวิธีอื่น เช่น IUI แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
  • มีประวัติแท้งซ้ำ หรือการตั้งครรภ์ล้มเหลวซ้ำ
การทำเด็กหลอดแก้วเหมาะกับทุกคนหรือไม่?

แม้ว่าการทำเด็กหลอดแก้วจะช่วยเพิ่มโอกาสในการมีบุตรได้ แต่ในบางกรณีอาจทำให้การตั้งครรภ์มีความเสี่ยงมากขึ้น แพทย์จึงจำเป็นต้องประเมินสุขภาพอย่างละเอียดก่อนเริ่มการรักษา เพื่อให้มั่นใจว่าแผนการรักษามีความเหมาะสม ปลอดภัย และสอดคล้องกับความต้องการของแต่ละบุคคลมากที่สุด

เด็กหลอดแก้ว (IVF & ICSI)

ขั้นตอนการทำ ICSI

กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 4–8 สัปดาห์ นับตั้งแต่การปรึกษาแพทย์ครั้งแรก การกระตุ้นรังไข่ การเก็บไข่ และการย้ายตัวอ่อน โดยระยะเวลาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับการตอบสนองต่อการรักษาและแผนการดูแลที่เหมาะสมของแพทย์

1
ขั้นตอนที่ 1 · ปรึกษาแพทย์และประเมินภาวะเจริญพันธุ์

เริ่มต้นด้วยการปรึกษาแพทย์เพื่อทบทวนประวัติสุขภาพและวางแผนการรักษา โดยฝ่ายหญิงจะได้รับการตรวจเลือดและอัลตราซาวด์ในวันที่ 2, 3 ของรอบประจำเดือน ส่วนฝ่ายชายจะตรวจเลือดและตรวจวิเคราะห์น้ำเชื้อ เพื่อประเมินความพร้อมก่อนเข้าสู่กระบวนการรักษา

ระยะเวลา: ประมาณ 1 วัน

2
ขั้นตอนที่ 2 · การกระตุ้นรังไข่

แพทย์จะวางแผนการกระตุ้นรังไข่ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยใช้ยาฮอร์โมนเพื่อช่วยให้ไข่หลายใบเจริญเติบโตพร้อมกัน ระหว่างการรักษา คุณจะเข้ารับการตรวจอัลตราซาวด์และตรวจเลือดเป็นระยะ เพื่อให้แพทย์ติดตามการตอบสนองของรังไข่และปรับแผนการรักษาให้เหมาะสม

ระยะเวลา: ประมาณ 8–12 วัน · ตรวจติดตามทุก 2–5 วัน ตามดุลยพินิจของแพทย์

3
ขั้นตอนที่ 3 · การเก็บไข่และเก็บอสุจิ

เมื่อไข่เจริญเติบโตได้ขนาดตามที่แพทย์กำหนด จะมีการฉีดยากระตุ้นไข่ตก และนัดเข้ารับการเก็บไข่ประมาณ 34–37 ชั่วโมงหลังฉีดยา โดยการเก็บไข่เป็นหัตถการขนาดเล็กที่่ใช้เวลาประมาณ 15–45 นาที และสามารถกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน ส่วนฝ่ายชายจะเก็บตัวอย่างอสุจิในวันเดียวกัน เพื่อเตรียมสำหรับขั้นตอนการปฏิสนธิ

ระยะเวลา: หัตถการประมาณ 15–45 นาที · พักฟื้น 1–2 ชั่วโมงหลังการเก็บไข่

4
ขั้นตอนที่ 4 · การปฏิสนธิด้วย ICSI และการเพาะเลี้ยงตัวอ่อน

หลังการเก็บไข่ นักวิทยาศาสตร์จะคัดเลือกอสุจิที่เหมาะสมและฉีดเข้าสู่เซลล์ไข่ด้วยเทคนิค ICSI จากนั้นตัวอ่อนจะได้รับการเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการภายใต้สภาวะที่มีการควบคุมอย่างเหมาะสม พร้อมติดตามการเจริญเติบโตอย่างใกล้ชิด

ระยะเวลา: ประมาณ 1–6 วัน ขึ้นอยู่กับแผนการรักษาและการพัฒนาของตัวอ่อน

5
ขั้นตอนที่ 5 · การย้ายตัวอ่อนหรือการแช่แข็งตัวอ่อน

หลังจากเพาะเลี้ยงตัวอ่อนจนถึงระยะที่เหมาะสม แพทย์จะพิจารณาแผนการรักษาร่วมกับคุณ โดยอาจย้ายตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูกในรอบนั้น หรือแช่แข็งตัวอ่อนไว้เพื่อย้ายในรอบถัดไป ในกรณีที่มีการตรวจพันธุกรรมตัวอ่อน (PGT-A / PGT-M / PGT-SR) ตัวอ่อนจะได้รับการตัดตัวอย่างเซลล์เพื่อตรวจวิเคราะห์ และแช่แข็งไว้ระหว่างรอผลตรวจ ก่อนวางแผนย้ายตัวอ่อนในรอบที่เหมาะสม

ระยะเวลา: ย้ายตัวอ่อนสด (Fresh Transfer) โดยทั่วไปในวันที่ 3–5 หลังเก็บไข่ ส่วนการย้ายตัวอ่อนแช่แข็ง (FET) จะดำเนินการหลังการเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูก ในรอบที่ร่างกายมีความพร้อมและเหมาะสมตามการประเมินของแพทย์

6
ขั้นตอนที่ 6 · การตรวจการตั้งครรภ์และการติดตามผล

หลังการย้ายตัวอ่อนประมาณ 7–12 วัน จะมีการตรวจเลือดเพื่อยืนยันการตั้งครรภ์ หากผลเป็นบวก แพทย์จะติดตามพัฒนาการของการตั้งครรภ์ด้วยอัลตราซาวด์ รวมถึงดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดช่วงไตรมาสแรก

ระยะเวลา: ติดตามการตั้งครรภ์ต่อเนื่องจนถึงอายุครรภ์ประมาณ 12 สัปดาห์

99%

อัตราการรอดของตัวอ่อนหลังการละลาย

ด้วยเทคนิคการแช่แข็งและละลายตัวอ่อนแบบ Vitrification ที่ได้มาตรฐาน ช่วยรักษาคุณภาพของตัวอ่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

73%

อัตราการพัฒนาเป็นระยะบลาสโตซิสต์ (Blastocyst)

ตัวอ่อนที่ปฏิสนธิสำเร็จและเจริญเติบโตจนถึงระยะบลาสโตซิสต์ พร้อมสำหรับการย้ายตัวอ่อนหรือการตรวจพันธุกรรม

96.3%

อัตราการปฏิสนธิสำเร็จด้วย ICSI

ประสิทธิภาพของเทคนิค ICSI ภายใต้การดูแลของทีมนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญ

ผลลัพธ์ของเรา

ตัวชี้วัดคุณภาพ ห้องปฏิบัติการ

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนคุณภาพและประสิทธิภาพของห้องปฏิบัติการของเรา ตั้งแต่ขั้นตอนการปฏิสนธิ การเพาะเลี้ยงตัวอ่อน ไปจนถึงการแช่แข็งและละลายตัวอ่อน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนความสำเร็จของการรักษา

อัตราการปฏิสนธิสำเร็จ · 84.4%

เปอร์เซ็นต์ของไข่ที่ปฏิสนธิสำเร็จหลังทำ ICSI โดยอัตราความสำเร็จเฉลี่ยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 70–80% ผลลัพธ์นี้สะท้อนถึงคุณภาพของห้องปฏิบัติการและความเชี่ยวชาญของทีมนักวิทยาศาสตร์

อัตราการพัฒนาเป็นบลาสโตซิสต์ · 72%

เปอร์เซ็นต์ของตัวอ่อนที่สามารถพัฒนาไปถึงระยะบลาสโตซิสต์ (Day 5–6) โดยอัตราเฉลี่ยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 40–60% ขึ้นอยู่กับคุณภาพของไข่ อสุจิ และสภาวะการเพาะเลี้ยงตัวอ่อน

อัตราการรอดชีวิตหลังการละลาย · 96.3%

เปอร์เซ็นต์ของตัวอ่อนที่ยังคงสภาพสมบูรณ์หลังผ่านกระบวนการแช่แข็งและละลาย โดยอัตราเฉลี่ยของห้องปฏิบัติการมาตรฐานอยู่ที่ประมาณ 85–95%

ทำไมเราจึงรายงานผลลัพธ์ของห้องปฏิบัติการแทนอัตราความสำเร็จ

อัตราการตั้งครรภ์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ คุณภาพไข่และอสุจิ สุขภาพของมดลูก และแผนการรักษาของแต่ละบุคคล ดังนั้น แทนที่จะรายงานเพียงอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์ เราจึงเลือกนำเสนอผลลัพธ์ที่สะท้อนคุณภาพและประสิทธิภาพของห้องปฏิบัติการโดยตรง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราสามารถควบคุมและพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง

ให้เราช่วยวางแผนการมีบุตรของคุณ

พูดคุยกับทีมผู้เชี่ยวชาญของเรา เรายินดีช่วยประเมินผล แนะนำภาพรวมการรักษา ค่าใช้จ่าย และขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อช่วยให้คุณวางแผนได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

ไม่ว่าจะกำลังวางแผนมีบุตร ฝากไข่ หรือเริ่มต้นทำเด็กหลอดแก้ว เราพร้อมให้ข้อมูลและคำแนะนำในทุกขั้นตอน