Angel Baby IVF Clinic logo

การรักษา

ฉีดเชื้อผสมเทียม (IUI)

การฉีดเชื้อผสมเทียมเข้าสู่โพรงมดลูก (IUI)

IUI เป็นวิธีรักษาภาวะมีบุตรยากเบื้องต้นที่ไม่ซับซ้อน โดยแพทย์จะคัดเลือกอสุจิที่แข็งแรง แล้วใส่เข้าไปในโพรงมดลูกในช่วงที่ไข่ตก ซึ่งอาจเป็นการตกไข่ตามธรรมชาติ หรือหลังได้รับยากระตุ้นการตกไข่ เพื่อเพิ่มโอกาสให้อสุจิพบกับไข่และเกิดการปฏิสนธิ

Angel Baby IVF Clinic — IUI procedure

IUI คืออะไร?

ทางเลือกแรกในการรักษาภาวะมีบุตรยาก

การฉีดเชื้ออสุจิเข้าสู่โพรงมดลูก (IUI) เป็นหัตถการที่นำอสุจิที่ผ่านการคัดเลือกในห้องปฏิบัติการแล้ว ฉีดเชื้อผสมเทียมเข้าไปในโพรงมดลูกโดยตรง ให้อสุจิจำนวนมากเข้าถึงท่อนำไข่เพื่อผสมกับไข่ได้มากขึ้น นอกจากนั้นการฉีดอสุจิจะทำในวันที่ไข่ตกพอดี เป็นการเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ด้วยวิธีการที่ง่ายที่สุด

การทำ IUI ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที และไม่จำเป็นต้องใช้ยาสลบ หลังทำจะพักประมาณ 5–10 นาที ก่อนกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติในวันเดียวกัน จากนั้นแพทย์จะนัดตรวจการตั้งครรภ์อีกครั้งประมาณ 2 สัปดาห์ ต่อมา

IUI มักเป็นหัตถการแรกที่แพทย์แนะนำก่อนพิจารณาการรักษาที่ซับซ้อนกว่าอย่าง IVF/ICSI โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปี ท่อนำไข่ไม่อุดตัน และมีคุณภาพอสุจิอยู่ในเกณฑ์เพียงพอ

Angel Baby IVF Clinic — consultation room

IUI

ผู้ที่เหมาะสมกับการทำ IUI

IUI เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัจจัยดังต่อไปนี้

  • ฝ่ายหญิงที่อายุต่ำกว่า 35 ปี และมีภาวะมีบุตรยากไม่ทราบสาเหตุ
  • ฝ่ายชายที่มีภาวะมีบุตรยากในระดับไม่รุนแรง
  • มีความผิดปกติของการตกไข่ เช่น ภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (PMOS)
  • ฝ่ายหญิงมีความผิดปกติของมูกบริเวณปากมดลูก
  • ฝ่ายหญิงมีเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิด (ระยะที่ I–II)
  • ผู้มีภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศที่เป็นอุปสรรคต่อการมีเพศสัมพันธ์
  • ผู้มีภาวะมีบุตรยากจากปัจจัยทางภูมิคุ้มกัน

IUI ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะดังต่อไปนี้

  • ฝ่ายหญิงที่อายุมากกว่า 40 ปี
  • ฝ่ายหญิงมีภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ระดับรุนแรง
  • ฝ่ายชายมีจำนวนอสุจิน้อยมากหรือการเคลื่อนไหวของอสุจิผิดปกติ
  • ฝ่ายหญิงมีภาวะท่อนำไข่อุดตันทั้งสองข้าง
  • ฝ่ายหญิงเคยมีการติดเชื้อในอุ้งเชิงกรานที่ส่งผลกระทบต่อท่อนำไข่
  • ผู้เคยทำ IUI มาแล้ว แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • ผลตรวจ HSG (ผลยืนยันว่าท่อนำไข่ไม่อุดตัน)
  • ผลตรวจระดับฮอร์โมน
  • ผลวิเคราะห์น้ำเชื้อของฝ่ายชาย
  • เอกสารยืนยันตัวตนของทั้งสองฝ่าย
  • ทะเบียนสมรส (หรือสำเนาทะเบียบสมรส)

IUI

ขั้นตอนการรักษาด้วย IUI

1

ขั้นตอนที่ 1 · การปรึกษาและประเมินครั้งแรก

แพทย์จะซักประวัติและประเมินผลการตรวจเบื้องต้น ได้แก่ ผลตรวจคุณภาพน้ำเชื้อ ผลอัลตราซาวด์มดลูกและรังไข่ รวมถึงผลตรวจระดับฮอร์โมนและผลตรวจฉีดสีท่อนำไข่ (หากมี) เพื่อประเมินว่าท่อนำไข่อย่างน้อย 1 ข้างยังสามารถทำงานได้ปกติ จากนั้นแพทย์จะวางแผนการรักษาให้สอดคล้องแต่ละบุคคล

2

ขั้นตอนที่ 2 · เริ่มการกระตุ้นไข่ (วันที่ 2–3 ของประจำเดือน)

เริ่มรับประทานยากระตุ้นไข่ ในวันที่ 2–3 ของรอบเดือน เพื่อกระตุ้นให้ไข่เจริญเติบโตประมาณ 1–3 ใบ ในบางกรณีอาจมีการใช้ยาฉีดกระตุ้นไข่เพิ่มเติมขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์

3

ขั้นตอนที่ 3 · การติดตามการเจริญเติบโตของไข่ (วันที่ 8–11)

อัลตราซาวด์ติดตามการเจริญเติบโตของไข่และความหนาของเยื่อบุโพรงมดลูก โดยทั่วไปการติดตามต้องเข้าพบแพทย์ที่คลินิกประมาณ 2–3 ครั้ง ในบางกรณีอาจมีการตรวจเลือดเพิ่มเติมเพื่อประเมินระดับฮอร์โมนขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์

4

ขั้นตอนที่ 4 · ฉีดยาให้ไข่ตก

เมื่อไข่มีขนาด 18–20 มม. แพทย์จะกำหนดเวลาฉีดยาให้ไข่สุก เพื่อทำให้เกิดการตกไข่ภายใน 36 ชั่วโมง

5

ขั้นตอนที่ 5 · การเตรียมอสุจิและการฉีดเชื้อเข้าสู่โพรงมดลูก (วันที่ 11–14)

ในวันฉีดเชื้อ IUI อสุจิจะผ่านการล้างและคัดเลือกในห้องปฏิบัติการเพื่อแยกตัวที่ดีที่สุด จากนั้นแพทย์จะใช้สายสวนขนาดเล็กนำอสุจิเข้าสู่โพรงมดลูกโดยตรง ขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 10–15 นาที ซึ่งโดยทั่วไปไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด

6

ขั้นตอนที่ 6 · การดูแลหลังฉีดเชื้อ

แพทย์อาจพิจารณาให้ยาเสริมเพื่อช่วยพยุงเยื่อบุโพรงมดลูกในช่วงที่ตัวอ่อนมีโอกาสฝังตัว ในระหว่างนี้สามารถใช้ชีวิตประจำวันและทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติ

7

ขั้นตอนที่ 7 · การตรวจการตั้งครรภ์

นัดตรวจการตั้งครรภ์หลังการฉีดเชื้อ IUI ประมาณ 14-16 วัน โดยการเจาะเลือดดูค่าระดับฮอร์โมน hCG

ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้

อัตราความสำเร็จของ IUI

IUI เป็นทางเลือกในการรักษาภาวะมีบุตรยากที่มีขั้นตอนไม่ซับซ้อนและรบกวนร่างกายน้อยกว่า IVF/ICSI อย่างไรก็ตาม อัตราความสำเร็จต่อรอบการรักษาจะต่ำกว่า การเข้าใจข้อดี ข้อจำกัด และโอกาสความสำเร็จของแต่ละวิธี จะช่วยให้คุณเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับตนเองได้มากที่สุด

15–20%

อัตราการตั้งครรภ์ต่อรอบการรักษา

20–25%

อัตราต่อรอบการรักษา สำหรับผู้ที่อายุต่ำกว่า 35 ปี

10–15%

อัตราต่อรอบการรักษา สำหรับผู้ที่อายุ 35–40 ปี

3–6

จำนวนรอบรักษาที่แนะนำก่อนพิจารณาทำ IVF/ICSI

ข้อมูลสำคัญที่ควรทราบ: หากทำ IUI ติดต่อกัน 3–6 รอบแล้วยังไม่ตั้งครรภ์ แพทย์มักแนะนำให้เปลี่ยนเป็นการรักษาด้วย IVF/ICSI ซึ่งมีโอกาสตั้งครรภ์สูงกว่า อย่างไรก็ตาม IUI ไม่เหมาะผู้ที่มีท่อนำไข่อุดตันหรือเสียหาย ฝ่ายชายที่มีภาวะมีบุตรยากในระดับรุนแรง หรือฝ่ายหญิงที่มีอายุมาก ดังนั้น IUI จึงเป็นทางเลือกเริ่มต้นสำหรับผู้ที่มีข้อบ่งชี้เหมาะสมตามการประเมินของแพทย์

ข้อมูลอัตราความสำเร็จอ้างอิงจากงานวิจัยด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ โดยผลการรักษาของแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น อายุ สาเหตุของภาวะมีบุตรยาก และการตอบสนองต่อการรักษา

IUI เหมาะกับคุณหรือไม่?

เริ่มต้นด้วยการปรึกษาแบบเป็นส่วนตัว ทีมแพทย์และนักวิทย์ ฯ ของเราจะพิจารณาประวัติของคุณและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม โดยไร้แรงกดดัน